กาแฟที่เกาหลี Kopi Luwak coffee
โอ้ โห แพงมาก ๆ ค่ะ ใครไปเที่ยวเกาหลี จะลองดื่มสักแก้วก็ไม่ว่ากันนะคะ
กาแฟที่ว่านี้ก็คือ Kopi Luwak ค่ะ
ที่เกาหลีขายกันแก้วละ 42,000 won ค่ะท่านผู้ชม!!!
ราว ๆ 32$ ค่ะ คิดเป็นไงไทยก็พันกว่าบาทเลยค่ะ

มารู้จักกาแฟลูวักกันค่ะ
เป็นกาแฟที่แพงที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ค่ะ
เพราะถ้าคิดเป็นเงินไทย 1 กิโลกรัม ก็ปาเข้าไป สี่หมื่นกว่าบาทแล้วค่ะ
บริเวณที่ราบเชิงเขาใกล้กับภูเขาไฟตามเกาะสุมาตรา เกาะชวาและเกาะสุลาเวสี ในประเทศอินโดนีเซีย เป็นแหล่งผลิตกาแฟพันธุ์ราคาแพงที่สุดในโลก มีนามตามท้องเรื่องว่า โกปิ ลูวัก
กว่า จะเก็บเมล็ดกาแฟพันธุ์นี้ได้แต่ละเมล็ดต้องถือว่าสาหัสสากรรจ์ทีเดียว เพราะต้องรอให้ชะมดชนิดหนึ่งไปกินฝักอ่อนจากต้นกาแฟ ผ่านการย่อยในกระเพาะ ลำไส้ก่อนจะอึเอาเมล็ดกาแฟทิ้งออกมา ชาวบ้านแถวนั้นก็ตามไปคุ้ยเมล็ดจากกองอึ ไปตากแดดแล้วนำมาคั่วบดแห้ง
ต้องทนเหม็นกันพอควรกว่าจะได้กาแฟโกปิ ลูวัก ที่แปลว่า กาแฟชะมด ราคาวางขายในสหรัฐอเมริกาและยุโรปจึงสูงถึงกิโลกรัมละ ๒๓,๗๐๐ บาท
ความลำบากในการไปตามหาฟักทองของชะมดชนิดนี้ ทำให้แต่ละปีมีกาแฟชะมดออกสู่ท้องตลาดปีละไม่ถึง ๒๓๐ กิโลกรัม
ที่ ผ่านมาสงครามและการก่อการร้ายภายในประเทศยิ่งทำให้การหากาแฟชะมดเต็มไปด้วย ความยากลำบาก กาแฟชนิดนี้จึงเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกเมื่อสิบกว่าปีมานี้เอง ที่เริ่มมีการส่งออกไปขายนอกประเทศ “ที่ผ่านมาเรามีออร์เดอร์ค้างอยู่จำนวนมาก แม้ว่าราคาจะแพงถึงปอนด์ละ ๑๒,๐๐๐ บาท” เจ้าหน้าที่ บริษัท ราเวน บรูว์ คอฟฟี่ผู้จำหน่ายกาแฟชะมด เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟัง
แต่ ในความจริง กาแฟชะมดที่วางขายอยู่ในท้องตลาด มีเพียงไม่กี่รายที่เป็นเมล็ดพันธุ์จากอึของชะมดจริง ๆ ผู้ค้ากาแฟส่วนใหญ่ยอมรับว่าไม่ได้เอามาจากอึของชะมดจริง ๆ เพราะความลำบากในการแสวงหา
สงครามแยกดินแดนกับชนเผ่าอาเจ็กทางตอนเหนือ ของเกาะสุมาตรา ทำให้เกษตรกรที่เก็บเมล็ดพันธุ์กาแฟจากอึถูกลูกหลงตายไปหลายคน ที่เหลือก็ไม่มีใครกล้าออกไปเก็บเมล็ดกาแฟนี้ กาแฟชะมดก็ยิ่งขาดแคลนมากขึ้น
แต่ ปีที่ผ่านมา ได้เกิดวิกฤตการณ์ครั้งสำคัญที่ทำให้ยอดสั่งกาแฟชะมดเริ่มลดลง นั่นคือเมื่อมีการค้นพบว่า โรคซาร์สที่ระบาดหนักในประเทศจีน ติดมาจากคนจีนที่นิยมกินเนื้อชะมดที่มีเชื้อโรคชนิดนี้อยู่ในตัว
และเนื้อชะมดที่ขายในตลาดเมืองจีน ส่วนหนึ่งลักลอบจับมาจากประเทศอินโดนีเซีย ทำให้หลายประเทศในตะวันตกยกเลิกการนำเข้ากาแฟชะมด
บรรดาผู้ผลิตกาแฟชะมดจึงวางแผนเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ทันที
บริษัท ราเวน บรูว์ คอฟฟี่ ได้วางแผนจะทดลองนำกาแฟพันธุ์นี้ไปปลูกที่ประเทศศรีลังกา ให้ช้างกิน แล้วคอยไปเก็บเมล็ดกาแฟจากอึของช้างอีกทีหนึ่ง
เขียน ถึงตอนนี้ หลายคนอาจนึกสงสัยว่า กะอีแค่เมล็ดกาแฟ ทำไมต้องไปลำบากลำบนให้ช้าง หรือชะมดกินก่อนจะถ่ายเป็นอึออกมาให้มนุษย์อย่างเรากินอีกที
ผู้เชี่ยวชาญกาแฟระดับโลกบอกว่า เมล็ดกาแฟที่ผ่านการย่อยในกระเพาะของสัตว์จะเกิดรสชาติดีขึ้น
” ความเอร็ดอร่อยและความหอมกรุ่นของกาแฟโกปิ ลาวักเกิดจากน้ำย่อยและเอ็นไซม์ในกระเพาะของตัวชะมดที่ซึมเข้าไปในเมล็ดกาแฟ และเมื่อเราเอาเมล็ดกาแฟนี้มาคั่ว ความร้อนจะทำปฏิกริยาในเมล็ดกาแฟ จนเกิดกลิ่นหอมอย่างน่าประหลาด” ดร. มาส์สิโม มาร์โคเน่ นักวิทยาศาสตร์ทางอาหารแห่งมหาวิทยาลัยแคนาดา ผู้เคยทดสอบกาแฟชะมดเปิดเผยให้นักข่าวฟังว่าหอมกรุ่นอร่อยจริง ๆ ….จากhttp://www.oknation.net/blog/print.php?id=232010
เอ้….ที่ไทยมีขายรึยังคะเนี่ย??
Thanks : Korea times & oknation
*หากต้องการนำข้อมูลบางส่วนของ www.koreastory.org ไปอ้างอิงกรุณา link กลับมายังหน้านั้นด้วย*




กาแฟอึชะมดเนี่ยนะ เหอๆ
เอ่อ ถ้าเอาไปผ่านอึชนิดอื่นจะเป็นการลดต้นทุนได้ไหม = =*
เพิ่งกินกาแฟเข้าไป ไม่น่าเลย
บรื๋อ!!ไม่อยากจะคิดค่ะเกิดวันดีคืนดี เดินเหนื่อยๆไม่รู้อิโหน่อิเหน่เข้าไปสั่งโดยมิรู้ตัว ตอนจ่ายตังค์มีหวังเป็นลมได้นะคะเนี่ย ต้องเตือนคุณสามีแล้วรักและชอบลองกาแฟเป็นชีวิตจิตใจ เอ๊ะหรือไม่ควรบอกดี เดี๋ยวท่านพี่เกิดอยากลองขึ้นมา เสียดายตังค์แย่เลย