นับแต่วันแรกที่เกาหลีเหนือได้มีโอกาสสัมผัสกับอาหารจานด่วน ฟาสต์ฟู้ดก็กลายเป็นอาหารระดับหรูในประเทศคอมมิวนิสต์แห่งนี้ ในขณะที่บ้านพี่เมืองน้องอย่างเกาหลีใต้ ฟาสต์ฟู้ด ซึ่งเคยเฟื่องฟูมาหลายปี วันนี้กลับกลายเป็นอาหารที่ถูกตราหน้าว่าเป็น “อาหารขยะ” อีกแล้ว
เกาหลีเหนือเปิดร้าน ซัมแตซอง ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดแห่งแรกของประเทศในกรุงเปียงยางเมื่อกรกฎาคม เป็นร้านฟาสต์ฟู้ดที่ ขายอาหารประเภทแฮมเบอร์เกอร์ วัฟเฟิล น้ำอัดลม และเบียร์สด แต่ด้วยราคาที่แพงเหลือหลาย ทำให้ผู้ที่สามารถเข้าไปใช้บริการได้มักจะเป็นคนร่ำรวย หรือชาวต่างชาติเสียเป็นส่วนใหญ่
ส่วนที่เกาหลีใต้นั้น แนวโน้มรสนิยมการกินอาหารของคนที่นี่กลับหวนไปหาตำรับอาหารดั้งเดิม นั่นคือ ข้าว กิมจิ และซุปเต้าเจี้ยว
“กินอย่างไพร่ รู้สึกอย่างราชา” คำพูดนี้สะท้อนความนิยมของชาวโสมขาวที่เริ่มหันกลับไปนิยมกินอาหารเกาหลี ดั้งเดิมที่เต็มไปด้วยผัก และแคลอรีน้อย
ในขณะที่ร้านฟาสต์ฟู้ดของ เกาหลีใต้ที่มีพนักงานราว 3-6 คน ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยที่หางานนอกเวลาทำ จะได้เงินราว 4 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง แต่พนักงานร้านฟาสต์ฟู้ดของ เกาหลีเหนือมีมากถึง 15 คน แถมยังได้รับการฝึกฝนจากบริษัทร่วมทุนของซัมแตซอง ซึ่งเป็นร้านอาหารวัฟเฟิลจากสิงคโปร์ยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งสอนเรื่องการเตรียมเฟรนช์ฟราย และการทำแฮมเบอร์เกอร์อีกด้วย
แต่ถึงจะขายแฮมเบอร์เกอร์ คำเรียกขานอาหารชื่อดังกลับถูกเลี่ยงใช้อย่างระมัดระวังในประเทศคอมมิวนิสต์ แห่งนี้ ซึ่งมักจะวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมแบบอเมริกัน และปกป้องประชาชนจากอิทธิพลของการล่าอาณานิคมจากตะวันตก
โดยชื่อที่ซัมแตซองเลือกใช้มาเรียกแฮมเบอร์เกอร์คือ “ขนมปังกับเนื้อบด”
ตรงกันข้ามกับที่โซล ซึ่งภาษาอังกฤษกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ลูกค้าเดินเข้าไปที่ร้านกาแฟชื่อดังของสหรัฐจะต้องมีความรู้ศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับกาแฟ 42 ชนิด คำศัพท์เกี่ยวกับนมอีก 5 คำ และอีก 16 คำสำหรับอธิบายรสชาติที่ต้องการ
นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างราคาแฮมเบอเกอร์กับรายได้ของผู้คนในสองประเทศยังแตกต่าง กันอย่างสิ้นเชิงแม้จะได้ชื่อว่าเหมือนกันแทบทุกอย่างตั้งแต่ภาษา วัฒนธรรม และอาหารการกิน
ในเกาหลีใต้ แค่ค่าแรงขั้นต่ำเพียงไม่ถึงชั่วโมงก็สามารถสั่งแฮมเบอร์เกอร์ของฟาสต์ฟู้ดดังข้ามชาติจากสหรัฐได้แล้ว แต่ถ้าหากชาวโสมแดงจะเข้าไปกินแซนด์วิชเนื้อบดสักชิ้นของร้านฟาสต์ฟู้ดใน กรุงเปียงยาง พวกเขาจะต้องเสียเงินราว 1.7 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 60 บาท) ต่อ 1 ชิ้น ซึ่งนั่นเป็นจำนวนเงินมากกว่าครึ่งหนึ่งของค่าแรงประจำวันของชาวเกาหลีเหนือ ทั่วไปเลยทีเดียว
ทำให้ในเปียงยาง มีเพียงคนมีฐานะดีเท่านั้นที่จะกินอาหารขยะได้
ทั้งนี้ เกาหลีเหนือต้องขออาหารจากต่างชาติมาเลี้ยงประชาชน 24 ล้านคนที่อดอยากของตัวเองมานับตั้งแต่เกิดหายนภัยทางธรรมชาติครั้งใหญ่ ตามมาด้วยการบริหารจัดการเศรษฐกิจที่ผิดพลาด และเกษตรกรรมที่ไม่ได้ผลในยุค 90
แต่ที่เกาหลีใต้นั้นตรงกันข้ามชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ ชาวโสมขาวมีอาหารมากมายหลายประเภท และหลายชาติให้เลือกกิน จนทำให้อาหารฟาสต์ฟู้ดอย่างแฮมเบอร์เกอร์นั้นกลายเป็นทางเลือกที่คนจะเข้าก็เมื่อต้องการอาหารที่รวดเร็ว และราคาถูกเท่านั้น
ที่มา คมชัดลึก
*หากต้องการนำข้อมูลบางส่วนของ www.koreastory.org ไปอ้างอิงกรุณา link กลับมายังหน้านั้นด้วย*



